บทที่ 5 กลับไปอยู่จุดเดิม
“ไม่เป็นไรครับมื้อนี้ผมเลี้ยง” เลี้ยงไปทั้งชีวิตเลยยังได้สำหรับจารุวีย์เธอถูกใจผมมากไม่เหมือนใครที่ผมเคยเจอ
“ไม่เป็นไรค่ะ จาร์เกรงใจพึ่งเจอกัน จาร์ไม่กล้ารบกวนคุณภัทรหรอกค่ะ”
“รบกวนอะไรกันครับแค่นี้เอง อีกอย่างนี่ร้านอาหารพี่สาวผมเองผมขอเลี้ยงเองนะครับ” วีรภัทรไม่เคยพาใครมาทานข้าวด้วยสักคนเพราะเขาเองก็ไม่ค่อยสนใจใครเลยผู้หญิงมากมายเข้าหาเขาแต่เขากลับไม่ชอบจารุวีย์เป็นคนแรกที่พึ่งเจอแล้วกลับชวนมาทานข้าว และชอบจาร์มากด้วยซ้ำนี่สินะเขาเรียกรักแรกพบ
“ก็ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะสำหรับอาหารอร่อยๆ จาร์ไปก่อนนะ” พูดเสร็จจารุวีย์ก็เดินออกไป
ฉันไม่คิดเลยว่าจะมาเจอคนที่ทำให้สบายใจแถมเป็นสุภาพบุรุษด้วยไม่เหมือนกับคุณภูบ้าบออะไรนั่น ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษอะไรเลย
เมาแล้วรู้ว่าไม่มีสติแล้วยังจะดื่มทำไมจนเมาขนาดนั้นความซวยเลยมาตกอยู่ที่ฉัน แต่ฉันเองก็ผิดที่ดื่มจนตัวเองไม่มีสติ แต่ถ้าเขาไม่เข้ามาเรื่องก็คงไม่เกิด ทำให้ฉันต้องเสียสิ่งที่สำคัญที่สุดของฉันไปฉันเก็บไว้ให้สามีในอนาคตของฉันแท้ๆคิดแล้วก็ปวดหัว
ที่โรงแรม..
“หนูจาร์มาแล้วเหรอ รีบเก็บของเร็วเดี๋ยวน้าเก็บช่วย”
“ขอบคุณค่ะคุณน้า”
“เดี๋ยวผมกับข้าวไปรอที่รถนะครับ” ภูริทัตพูดแบบไม่สนใจใยดีอะไรจารุวีย์เลยทั้งที่เมื่อคืนมีความสัมพันธุ์กันแต่ก็ด้วยความไม่มีสติและเขาไม่ได้รักหนิ
“เดี๋ยวข้าวไปช่วยเก็บของน้องจาร์ด้วยดีกว่านะคะจะได้เสร็จเร็ว ภูไปรอที่รถเถอะค่ะ” ข้าวฟ่างเธอเองก็เป็นคนที่จิตใจดีไม่แปลกเลยที่ภูริทัตถึงรักเธอมากยอมเป็นคนเห็นแก่ตัวไม่รับผิดชอบจารุวีย์เพื่อที่จะได้แต่งงานกับข้าวฟ่าง
“ไม่ต้องหรอกข้าวของแค่นี่เก็บไม่นานหรอก” ภูริทัตพูดเสร็จก็ดึงมือข้าวฟ่างไปที่รถ
คุณข้าวฟ่างไม่ควรต้องมาเจอคนแบบคุณเลยด้วยซ้ำคนอะไรก็ไม่รู้ไม่คิดถึงคนอื่นเลย
ถึงบ้านภูริทัตก็ไปส่งข้าวฟ่างทำให้จารุวีย์รู้สึกนอยทั้งที่ไม่ได้รัก แต่ผู้หญิงเมื่อมีความสัมพันธุ์กับผู้ชายที่เป็นคนแรกมันก็ต้องมีความรู้สึกบ้างแหละ
“ภูเป็นไรรึป่าวคะ ทำไมข้าวรู้สึกว่าภูแปลกไปๆ”
“ป่าวครับ แปลกยังไงเหรอ” ภูริทัตเริ่มกังวลกลัวว่าข้าวฟ่างจะรู้เรื่องของเขากับจารุวีย์
“ก็ไม่เห็นภูคุยกับน้องจาร์เลย ทั้งที่อยู่บ้านเดียวกัน” ข้าวฟ่างสังเกตเห็นว่าภูริทัตไม่ค่อยจะมองจารุวีย์และชอบหลบหน้ารวมถึงจารุวีย์ด้วยข้าวฟ่างคิดว่าทั้งสองมีปัญหากัน
“ไม่มีอะไรจำเป็นต้องคุยกันหนิ ผมไม่ชอบคุยกับใครอยู่แล้วคุณก็รู้หนิ”
“ข้าวนึกว่าคุณไม่ชอบหน้าน้อง ..น้องเขาดูไม่มีความสุขเลยนะคะภูก็คุยกับเขาหน่อยนะเขาตัวคนเดียวเขาคงโดดเดี่ยว”
“เขามีคุณแม่อยู่เขาไม่โดดเดี่ยวหรอกข้าวไม่ต้องเป็นห่วงเขาหรอก” ทำไมภูดูใจร้ายกับน้องจาร์จังฉันเป็นคนที่โชคดีมากสินะที่ภูรักและใส่ใจฉัน
ในระหว่างหนึ่งเดือนผ่านไปภูริทัตหลบหน้าจารุวีย์ตลอดเลยทั้งคู่ไม่ได้คุยกันเลย จารุวีย์ก็คุยกับวีรภัทรทำให้เขาผ่อนคลายเรื่องที่ผ่านมาแต่ก็ยังอยู่ในใจแต่ก็ทุกข์น้อยลง
“แม่ครับผมว่าจะเลื่อนงานแต่งของผมกับข้าวฟ่างให้เร็วขึ้น” ภูริทัตก็อายุล่วงมาจนถึงเลขสามแล้วอยากสร้างคนอบครัวเต็มที่แล้ว
“ทำไมละ อีกไม่กี่ดือนก็แต่งแล้วนี่ทำไมต้องเลื่อนมาด้วย”
“ผมอยากใช้ชีวิตอยู่กับข้าวให้เร็วขึ้นผมอยากมีลูกแล้ว”
“จริงเหรอลูก แม่เองก็อยากอุ้มหลานแล้วเหมือนกัน แต่รอให้แม่หนูจาร์มาก่อนนะ แม่กลัวหนูจาร์ไม่โอเคเขาอาจจะไม่ได้รักลูกแต่เขามีความสัมพันธ์กับลูกแม่กลัวเขาจะรู้สึก”
“ได้ครับ”
18:45น.
ในขณะทานอาหารเย็นจารุวีย์ทานอะไรเข้าไปก็เหม็นไปหมดวิ่งไปอาเจียนอยู่บ่อยๆ
“หนูจาร์เป็นอะไรรึป่าว?” ดาราวรรณถามเพราะกลัวว่าจารุวีย์จะไม่สบาย
“พอดีหนูไม่ค่อยชอบกลิ่นอาหารนี้ค่ะ รู้สึกผะอืดผะอม คุณน้าพอจะมีมะม่วงเปรี้ยวหรืออะไรเปรี้ยวๆ มั้ยคะ”
“ป้ามะลิมีมั้ยคะในครัว” ดาราวรรณถามแม่บ้าน
“มีค่ะคุณผู้หญิง ขออนุญาตถามนะคะคุณจาร์มีแฟนมั้ยคะ?” ป้ามะลิแม่บ้านถามเหมือนรู้อะไร
“ทำไมเหรอคะป้า” ดาราวรรณถามด้วยความสงสัย
“ก็ถ้ามีป้ายินดีด้วยนะคะอาการแบบนี้เหมือนคนท้องเลย” มะลิพูดขึ้นเพราะตัวเองเคยมีลูกอาการคนท้องก็เป็นแบบนี้
“ตายจริง..จริงเหรอ? แต่หนูจาร์ไม่มีแฟนนะและไม่เคยออกไปไหนกับใครด้วยจะเป็นไปได้ไง” ดาราวรรณพูดขึ้นและพึ่งนึกขึ้นได้ว่าหนึ่งเดือนกว่าที่ผ่านมาจารุวีย์พลาดไปมีอะไรกับภูริทัต
ส่วนจารุวีย์หน้าเริ่มซีดและหน้าตาแห่งความกังวลเริ่มเกิดขึ้นเพราะนึกขึ้นได้ว่ารอบเดือนของเธอขาดไป
“ทอ..ท้องเหรอ?” จารุวีย์พูดด้วยอาการตกใจและคนที่ช็อคกว่านั้นก็คือภูริทัตเพราะเขานึกขึ้นได้ว่าเขาไม่ได้ป้องกันตอนมีอะไรกับจารุวีย์แต่ตอนเขามีอะไรกับข้าวฟ่างเขาป้องกันตลอด
“คงไม่ใช่หรอกแค่ครั้งเดียวคงไม่มีทางเป็นไปได้” ภูริทัตพูดเพื่อหลอกตัวเอง
"แต่ตอนป้าท้องก็ครั้งเดียวนะคะอาการก็เป็นแบบนี้ลูกสาวป้าก็อาการเดียวกัน"ป้ามะลิก็ยังคงพูดด้วยความมั่นใจ
ติดตามตอนต่อไป
